นักธุรกิจสาวกับไอเดียสร้างสรรค์ทางธุรกิจรองเท้าแบรนด์ “Shuberry”

ธุรกิจที่เริ่มต้นจากวิกฤตร่างกายของตัวเอง เมื่อวันหนึ่งตัวเองได้ประสบอุบัติเหตุจนทำให้ไม่สามารถใส่รองเท้าคู่สวยได้อีกต่อไป แต่ด้วยความหลงใหลในแฟชั่นและความมุ่งมั่นที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง ทำให้เธอสมใจในธุรกิจรองเท้าแฟชั่นที่ดีต่อสุขภาพ จึงเกิดเป็นรองเท้าแบรนด์ Shuberry กับกลยุทธ์การทำตลาดผ่านโซเชียลอย่างแยบยล โดยไม่ต้องเสียเงินกระตุ้นสักบาท

ธุรกิจที่เริ่มต้นจากวิกฤตร่างกายของตัวเอง เมื่อวันหนึ่งตัวเองได้ประสบอุบัติเหตุจนทำให้ไม่สามารถใส่รองเท้าคู่สวยได้อีกต่อไป แต่ด้วยความหลงใหลในแฟชั่นและความมุ่งมั่นที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง ทำให้เธอสมใจในธุรกิจรองเท้าแฟชั่นที่ดีต่อสุขภาพ จึงเกิดเป็นรองเท้าแบรนด์ Shuberry ด้วยเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ บวกกับนวัตถกรรมที่มีคุณภาพ ทำให้รองเท้าแบรนด์ Shuberry ตีตลาดได้อย่างรวดเร็ว บริหารงานโดยคุณป้อ กรกนก สว่างรวมโชค เจ้าของธุรกิจรองเท้าสตรีเพื่อสุขภาพ Shuberry

ถ้านึกถึงรองเท้ารูปทรงดีๆ อ้วนๆป้อมๆ ผิวสัมผัสเหมือนเดินอยู่บนโซฟา มาพร้อมกับสีสันสดใส ทั้งยังเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพคงจะไม่มีใครไม่รู้จักรองเท้าแบรนด์ Shuberry โดยมีสีชมพูเป็นเอกลักษณ์ของร้าน สะดุดตาสาวๆที่ผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยคุณป้อเองเรียกได้ว่าไม่มีความรู้ในด้านการผลิต การออกแบบรองเท้าเลย แต่ด้วยในตอนนั้นคุณป้อเห็นว่าเทรนด์สินค้าแฟชั่นกำลังได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาไม่แพง ผู้บริโภคสามารถเอื้อมถึงได้ จึงมีความคิดที่จะทำกระเป๋าแฟชั่นส่งขายให้กับร้านค้าในขณะที่ตัวเองเรียนอยู่ ซึ่งสาขาที่คุณป้อเรียนนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเลย เพียงแต่อยากหารายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ด้วยความที่คุณป้อไม่มีทุนในการทำจึงไปให้โรงงานขึ้นแบบให้ และเมื่อมีออเดอร์เข้ามาจึงค่อยไปสั่งให้โรงงานผลิต โดยตัวคุณป้อเองไม่มีความรู้ในการออกแบบกระเป๋าเลย แต่ด้วยความชอบบวกกับความเป็นคนช่างสังเกตุจึงพอจะออกแบบกระเป๋าสวยๆออกมาได้ โดยกระเป๋าใบแรกที่คุณป้อออกแบบนั้นมีความพิเศษคือเป็นกระเป๋าใสใส่ไอเดียโดยตกแต่งด้วยหมากเก็บสีสันสดใส ซึ่งผลตอบรับที่ได้คือลูกค้าสั่งออเดอร์มาทั้งหมด 50 ใบ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น หลังจากนั้นจึงมีความคิดว่าออกแบบกระเป๋าใบนึงได้ออเดอร์เท่านี้ งั้นก็ต้องออกแบบหลายใบจะได้มีออเดอร์เพิ่ม ซึ่งทำไปทำมาเพียง 5-6 เดือนก็สามารถมีเงินเก็บกว่า 2 แสน จึงนำเงินก้อนนั้นไปเปิดร้านเป็นของตัวเองที่สยามสแควร์โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า Sexy de Cute  เหตุผลที่เลือกทำเลตรงนั้นก็เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายที่สุดถึงแม้ว่าค่าที่จะแพงก็ตาม เนื่องจากในตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมเหมือนในสมัยนี้ จึงต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เกินคาดมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างล้นหลามจนต่อมาต้องขยายร้านเพิ่มเพื่อกระจายลูกค้า โดยในตอนนั้นเองคุณป้อทำธุรกิจควบคู่กับการเรียนไปด้วย

โดยต่อมาก่อนที่แบรนด์ Shuberry จะถือกำเนิดขึ้นสิ่งที่คุณป้อคิดต่อมาคือในช็อปยังมีพื้นที่ว่างจึงมีความคิดที่จะทำเสื้อผ้าออกมาขายโดยให้คุณแม่เป็นคนตัดเย็บให้ ซึ่งผลที่ได้คือขายดีเช่นกัน เมื่อทำเสื้อผ้าสำเร็จแล้วจึงมีความคิดที่อยากจะทำสินค้าแฟชั่นอื่นๆ ด้วยตัวคุณป้อเองเป็นคนชอบรองเท้าอยู่แล้วและเนื่องจากเป็นคนตัวเล็กจึงชอบรองเท้าที่สูงขึ้นมาเพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ตัวเอง และรองเท้าที่ตอบโจทย์คุณป้อส่วนใหญ่นั้นจะเป็นรองเท้าแบรนด์นอกซึ่งมีราคาแพงจึงมีความคิดอยากที่จะทำรองเท้าเพื่อมาตอบโจทย์ตัวเอง

แต่เมื่อธุรกิจกำลังไปได้ด้วยดีก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทำให้กิจการที่มีอยู่ 6 สาขามียอดการขายที่ลดลง ด้วยความที่สาขาทั้งหมดกระจุกอยู่ตรงที่เดียวทำให้ความเสี่ยงมีมากขึ้น คุณป้อเองจึงหาทางออกโดยการจะกระจายความเสี่ยงโดยการนำแบรนด์ขึ้นห้าง ซึ่งเป็นที่มาของแบรนด์ Shuberry จากวิกฤตเศรษฐกิจทำให้คุณป้อต้องค่อยๆยุบกิจการค้าส่งเพื่อที่จะมาโฟกัสแบรนด์ Shuberry อย่างเต็มที่ แต่ในเวลาต้อมาระหว่างคิดว่าจะทำอย่างไรกับแบรนด์นี้ดีทางคุณป้อได้เกิดอุบัติเหตุทำให้ข้อเท้าหักจึงจำเป็นที่จะต้องหารองเท้าที่จะมารักษาตัวเองซึ่งหาเท่าไหร่ก็ยังไม่มีรองเท้าแบรนด์ไหนที่มารักษาโรครองช้ำได้ จึงมีความคิดที่มุ่งมั่นที่จะทำรองเท้าเพื่อมารักษาตัวเอง โดยการออกแบบนั้นออกแบบตามอาการที่ตัวเองเป็น และนั่นเองเป็นจุดกำเนิดของรองเท้ารุ่นโซฟาที่ใครๆรู้จักกัน

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น