4 สิ่งเล็กๆ ที่คนประสบความสำเร็จทำ เพื่อผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่

คำกล่าวที่ว่า นกที่ตื่นเช้าก็จะได้อาหาร นั้นถูกต้องแล้ว ผู้คนที่ประสบความสำเร็จมีแนวโน้มที่จะตื่นเช้ากว่าประชากรที่เหลือของโลก ซึ่งแสดงว่าคำพูดนี้เป็นความจริง

Thinkbusinessplan นำเสนอบทความที่บ่งบอกช่องว่าง ระหว่างคนทั่วไป กับ คนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ว่านั่นไม่ใช่นัยสำคัญ  คนบางคนเกิดมาพร้อมกับไอคิวสูงลิ่ว มีทักษะที่สามารถสร้างรายได้ หรือบุคลิกภาพที่ดึงดูดผู้คนซึ่งทำให้พวกเขายกระดับความสำเร็จในชีวิตได้ และบางทีสำหรับบางคนอาจเป็นเพราะโชคดี คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนอื่นสักเท่าไหร่ และความแตกต่างนั้นก็ควบคุมได้ ใครๆ ก็สามารถเป็น “somebody” ได้

แล้วอะไรคือความแตกต่างของผู้คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้น ต่อไปนี้เป็นรายการ “สิ่งเล็กๆ” ที่ผู้คนที่ประสบความสำเร็จทำกันเป็นพื้นฐานไปสู่ความสำเร็จ

 

1. จัดลำดับความสำคัญของงานที่สร้างผลสำเร็จเหนือความยุ่ง (Busyness)

ทิม เฟอร์รีส ผู้ประกอบการและผู้เขียน “The 4-Hour Work Week” กล่าวว่าสิ่งที่ทำส่วนใหญ่ในชีวิตไม่ได้สร้างความแตกต่าง เรามักตกอยู่ใต้แนวคิดที่ว่าการยุ่งเป็นเรื่องดีแล้วก็ให้ความสำคัญมันเหนือสิ่งอื่นใดแม้แต่ประสิทธิผล เฟอร์รีสตีตราความยุ่งเหยิงทั้งหลายว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของความขี้เกียจทางจิตและการทำตามอำเภอใจ

“เรารู้ว่า กิจกรรมไม่ได้หมายถึงประสิทธิผลเสมอไป และธุระยุ่งๆ ก็ไม่ได้หมายถึงธุรกิจเสมอไป” Grace Marshall โค้ชด้านประสิทธิผลกล่าวว่า “แต่ความยุ่งก็มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการได้ทำงานยุ่งๆ ทำให้รู้สึกมีประสิทธิภาพ”

ผู้ที่ประสบความสำเร็จรู้ดีและสนใจประสิทธิผลมากกว่าความยุ่ง ประสิทธิผลไม่ต้องรู้สึกยุ่งเสมอไป

 

2. พวกเขาตื่นแต่เช้า

คำกล่าวที่ว่า นกที่ตื่นเช้าก็จะได้อาหาร นั้นถูกต้องแล้ว ผู้คนที่ประสบความสำเร็จมีแนวโน้มที่จะตื่นเช้ากว่าประชากรที่เหลือของโลก ซึ่งแสดงว่าคำพูดนี้เป็นความจริง จากการศึกษาที่นำโดย คริสโตเฟอร์ แรนด์เลอร์ ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาที่ University of Education in Heidelberg, Germany และตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Social Psychology นกที่ออกหาอาหารแต่เช้าทำงานได้ดีกว่านกฮูก

“พวกเขามีแนวโน้มจะได้เกรดดีในชั้นเรียนซึ่งนำเขาไปสู่วิทยาลัยที่ดี และในที่สุดก็นำไปสู่โอกาสงานที่ดี” แรนด์เลอร์กล่าว “ผู้คนที่ตื่นเช้ามักเผชิญหน้ากับปัญหาและพยายามจะคลี่คลายมัน พวกเขาเป็นพวก proactive”

แล้วเราควรจะตื่นเช้าแค่ไหน? ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน แต่จะดีมากถ้าคุณมีเวลาให้ตัวเองหนึ่งถึงสองชั่วโมงในตอนเช้าก่อนจะต้องส่งลูกไปโรงเรียน และเดินทางไปทำงาน หรือเริ่มงานประจำวันของคุณ

3. ดูดี

ผู้คนที่ประสบความสำเร็จมีบุคลิกภาพที่ดี หรืออย่างน้องที่สุดพวกเขาก็คิดว่าพวกเขาเป็นอย่างนั้น  มีการศึกษามากมายที่ชี้ว่า บุคลิกภาพภายนอกส่งผลโดยตรงกับระดับความมั่นใจของเราเองในแวดวงสังคมหรือธุรกิจ  กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเราเป็นวัยรุ่นและพ่อของเราบอกว่าการแต่งตัวส่งผลต่อพฤติกรรม มันเป็นความจริง

“การใส่เสื้อผ้าที่เป็นทางการทำให้เรารู้สึกมีอำนาจ และมันเปลี่ยนวิถีในการมองโลกของเรา” Abraham Rutchick กล่าวไว้ เขาคือผู้เขียนงานวิจัยเรื่องเครื่องแต่งกายทางธุรกิจมีผลกระทบทางด้านจิตวิทยาอย่างไรต่อความมั่นใจของปัจเจกบุคคล

แต่มันไม่ใช่แค่การเลือกชุดเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง ความมั่นใจมักจะอยู่ที่รายละเอียดที่ดีเลิศ อย่างเช่น เสื้อผ้าจับคู่กับเครื่องประกับที่เข้ากัน

ในขณะที่สิ่งที่คุณสวมไม่ได้บ่งชี้ความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลว แต่มันให้แรงบันดาลใจขั้นต้น ถ้าคุณไม่รู้สึกว่าคุณดูดี แล้วคุณก็อาจจะไม่แสดงได้ดีพอที่จะประสบความสำเร็จ มันคือรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่

 

4. ยินดีอดทนรอคอย

ในทศวรรษ 1960 Walter Mischel ศาสตราจารย์จาก Stanford เริ่มชุดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับจิตวิทยาที่ยังคงอยู่ต่อมาถึง 4 ทศวรรษ การศึกษาครั้งนั้นทำกับเด็กหลายร้อยคนอายุ 4-5 ปี และทำให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับว่า คุณภาพพื้นฐานอย่างหนึ่งมีผลต่อการปูพื้นฐานสู่ความสำเร็จในภายหลังได้อย่างไร

การศึกษานั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ The Marshmallow Experiment มีการนำเด็กเขาไปในห้องทีละคน นั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ และบนโต๊ะนั้น นักวิจัยจะวางขนมมาร์ชเมลโลว์ไว้ 1 ชิ้น จากนั้นเขาจะยื่นข้อเสนอให้กับเด็กว่า เขาจะออกไปจากห้องแล้วเด็กสามารถกินมาร์ชเมลโล่วได้ตอนที่เขาออกไป อย่างไรก็ตาม ถ้าเด็กสามารถรอจนนักวิจัยกลับมา พวกเขาจะได้มาร์ชเมลโล่ว 2 ชิ้นแทนที่จะได้แค่หนึ่งชิ้น

คุณคงจินตนาการออก การเฝ้าดูปฏิกิริยาของเด็กๆ ในการทดลองนี้สนุกสนานมาก แต่ผลลัพธ์เป็นยิ่งกว่าความบันเทิง มันเปิดเผยบางสิ่งที่ทรงพลังเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์  เด็กบางคนกินมาร์ชเมลโลว์ แต่บางคนอดทนรอจนนักวิจัยกลับมาแล้วก็ได้เพิ่มเป็นสองชิ้น และจากการศึกษาติดตามหลังจาก 40 ปีผ่านไป ความรู้จากการทดลองยิ่งมีคุณค่ามาก

เมื่อเด็กโตขึ้น นักวิจัยติดตามความก้าวหน้าของเด็กจำนวนหนึ่งและพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ

“เด็กที่เคยอดทนรอคอยได้ รอที่จะได้รับมาร์ชเมลโลว์ชิ้นที่สองนั้น จากการรายงานโดยพ่อแม่ของพวกเขา พบว่าพวกเขาเรียนจบด้วยคะแนนสูง มีระดับการใช้สารเสพติดต่ำ มีระดับการใช้ชีวิตแบบคนอ้วนต่ำ มีการตอบสนองต่อแรงกดดันได้ดีกว่า มีทักษะทางสังคมที่ดีกว่า และมีแนวโน้มได้คะแนนต่างๆ ดีกว่า” James Clear โค้ชด้านพฤติกรรมอธิบาย

อะไรคือความเชื่อมโยง? มันเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องการอดทนรอคอย  เด็กที่ตั้งใจอดทนรอคอยเพื่อที่จะได้รับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ตั้งใจและสามารถทำในสิ่งเดียวกัน และอย่างที่เรารู้กัน เป็นข้อสังเกตพื้นฐานว่า การอดทนรอยคอยมักจะทำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ในขณะที่ความสามารถที่จะอดทนรอคอยมักจะมีโดยธรรมชาติ แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนกันได้  โดยการ มุ่งเน้นไปที่วิธีการที่สร้างสรรค์ในการอดทนรอคอย คุณสามารถเพิ่มโอกาสในการมองหาความสำเร็จ

ความสำเร็จอยู่ในรายละเอียด

ปัญหาในการประเมินหนทางสู่ความสำเร็จของบางคนคือ สิ่งที่พวกเขาจัดการกับปัจจัยทางสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป  และขณะที่คุณได้รับคำแนะนำจากใครสักคนและพิจารณาว่าจะประยุกต์ใช้กับชีวิตคุณได้อย่างไร อุปนิสัยและพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ระบุไว้ในบทความนี้ได้รับการพิสูจน์จากการศึกษาวิจัยแล้วว่าทำให้ผู้คนมากมายประสบความสำเร็จในระยะยาวมาแล้ว

พยายามปรับใช้นิสัยเหล่านี้ในชีวิตของคุณแล้วคุณจะเห็นความแตกต่าง

 

Thinkbusinessplan

Sauce : http://mashable.com

 

ติดตามข่าว SMEs และบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ !
Website : smartsme.tv
Facebook : SmartSME
Line@ : @smartsme
Twitter : @smartSME_TV

ติดต่อโฆษณา โทร 
โทร. 02-102-0379  ต่อ 506

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น