หมัดเด็ดทายาทรุ่น 3 กับการบริหารแบรนด์สินค้าคู่คนไทย “ยาหม่องตราถ้วยทอง”

ถ้าพูดถึงยาหม่องในสมัยก่อนที่มีชื่อเสียงคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “ยาหม่องตราถ้วยทอง” ตลับสีส้มที่เราเห็นจนคุ้นตาที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 7 ทวรรษ โดยในปัจจุบันยังครองตำแหน่งเจ้าตลาดในประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี

ถ้าพูดถึงยาหม่องในสมัยก่อนที่มีชื่อเสียงคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “ยาหม่องตราถ้วยทอง” ตลับสีส้มที่เราเห็นจนคุ้นตาที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 7 ทวรรษ โดยในปัจจุบันยังครองตำแหน่งเจ้าตลาดในประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี

67 ปีกับยาหม่องตราถ้วยทอง กับทายาทรุ่นที่ 3 ที่รับช่วงต่อบริหารงานโดยคุณเมธัส ลีลารัศมี ซึ่งทางคุณเมธัสเองไม่ได้เรียนจบทางด้านเภสัชมาเหมือนรุ่นคุณพ่อคุณแม่ เขาเลือกเรียนสิ่งที่เขาอยากเรียนคือวิศวะ เมื่อเรียนจบแล้วทางคุณเมธัสเองได้ต่อ ป.โท ที่ต่างประเทศ และเริ่มทำงาน จนกระทั่งวันหนึ่งคุณปู่ของคุณเมธัสได้เสียชีวิตลงทำให้คุณพ่อต้องรับหน้าที่แทน สิ่งที่คุณเมธัสได้เห็นคือคุณพ่อทำงานหนักถึงแม้จะมีคนช่วย คุณเมธัสเองจึงตัดสินใจออกจากงานและมาช่วยธุรกิจครอบครัวในปี 2545

เมื่อคุณเมธัสได้ลงมาช่วยคุณพ่อบริหารธุรกิจ สิ่งแรกที่คุณเมธัสทำคือด้านการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ เพราะเห็นว่าตัวแทนหลายรายส่งสินค้าไปยังต่างประเทศอยู่แล้ว บวกกับตอนที่คุณพ่อทำงานมีลูกค้าชาวต่างชาติให้ความสนใจยาหม่องของเราทางคุณเมธัสเองจึงรับหน้าที่ไปเปิดตลาดที่ยังไม่เคยมี โดยได้รับความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต่างประเทศในการออกงานแฟร์ตามประเทศต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์ยาหม่องตราถ้วยทองให้ทั่วโลกได้รู้จัก ซึ่งในตอนนั้นสิ่งที่เป็นอุปสรรคคือลูกค้าที่สนใจเมื่อทราบว่าสินค้าเป็นยาก็จะมีกระบวนการที่ยุ่งยากในการจดทะเบียนขึ้นทะเบียนยาทำให้การทำตลาดในต่างประเทศยังไม่ค่อยลงตัวมากนัก ทางคุณเมธัสเองจึงตัดสินใจกลับมาช่วยคุณพ่ออย่างเต็มตัวในปี 2550

เมื่อคุณเมธัสเข้ามาบริหารงานในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนคาดหวังคือจะทำให้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ซึ่งทางคุณเมธัสเองมองว่าหากจะเปลี่ยนแปลงอะไรเราต้องเข้าไปคลุกคลีกระบวนการทำงานของฝ่ายต่างๆก่อนดูว่ามีตรงไหนที่เป็นปัญหาและจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรได้บ้าง ซึ่งส่วนนี้เองคุณเมธัสใช้การพูดคุยกับพนักงานว่าถ้าเปลี่ยนแปลงไปทำแบบนี้พนักงานจะโอเคไหม ใช้การสอบถามความสมัครใจแทนการสั่งจึงได้รับความร่วมมือจากพนักงานเป็นอย่างดี

จากวันนั้นจนถึงวันนี้คุณเมธัสค่อยๆเปลี่ยนแปลงระบบภายในโรงงานให้การทำงานง่ายขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปคือแพคเกจจิ้งของสินค้าที่คงไว้ตามเดิม เนื่องมาจากเรามีสิ่งที่ดีแล้ว ผู้บริโภคจดจำรูปลักษณ์สินค้าของเราได้แล้ว ซึ่งการปรับเปลี่ยนอาจทำให้ยอดขายลดน้อยลงไปจากเดิมจึงไม่มีการเปลี่ยนแพคเกจจิ้งมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้คุณเมธัสยังได้ใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยทุ่นแรงคน โดยที่ไม่ได้เป็นการนำเครื่องจักรมาทำงานแทนคน แต่เป็นการทำให้พนักงานทำงานสบายขึ้น เน้นการทำงานแบบสบายๆ ดูแลกันแบบครอบครัว จึงทำให้พนักงานตั้งแต่รุ่นเก่าแก่จนถึงคนรุ่นใหม่ลงหลักปักฐานทำงานชนิดที่ว่าแทบจะมีคนลาออกน้อยมาก เนื่องมาจากคุณเมธัสให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอย่างมาก

โดยในตอนนี้ยาหม่องตราถ้วยทองสามารถส่งออกขายไปยังต่างประเทศได้แล้วเนื่องมาจากโรงงานได้รับมาตรฐานสามารถขึ้นทะเบียนยาได้ง่ายขึ้น ทำให้คุณเมธัสเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น นอกจากรูปลักษณ์และแพคเกจจิ้งที่ไม่เปลี่ยนแปลง อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปคือในเรื่องของแนวคิดที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น โดยมี 3 ข้อ ได้แก่ 1.ทำสิ่งที่ดี  2.คุณภาพต้องดี และ 3.ราคาต้องไม่แพง โดยทั้ง 3 สิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจและทำให้ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยไหนก็ยังให้ความมั่นใจในสินค้าของเรามาอย่างยาวนาน

ติดตามข่าว SMEs และบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ !
Website : smartsme.tv
Facebook : SmartSME
Line@ : @smartsme
Twitter : @smartSME_TV

ติดต่อโฆษณา โทร 
โทร. 02-102-0379  ต่อ 506

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น