“อุตตม” ขีดเส้นพิจารณาอนุมัติเงินกู้กองพัฒนาเอสเอ็มอีใน 30 วัน

“อุตตม”  เดินสายขอความร่วมมือภาคเอกชน หนุนพัฒนาเอสเอ็มอีไทยตามโครงการประชารัฐ ประกาศ ธพว.พร้อมเปิดรับคำขอกู้เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี วงเงินรวม 37,000 ล้านบาท ใน 30 เม.ย.นี้ ขีดเส้นพิจารณาด่วนใน 30 วัน ปล่อยเงินก้อนแรกได้ในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน พ.ค.

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าไทยเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐของกลุ่มจังหวัด และจังหวัด ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า รัฐบาลมีมาตรการพัฒนาเอสเอ็มอีใหม่ อย่างมีระบบและเป็นรูปธรรม โดยตั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี วงเงินรวม 37,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ20,000 ล้านบาท ซึ่งวางเป้าหมายช่วยเหลือสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้านการเงินรวม 2,000 ราย 2. กองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท และ3.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (SME Transformation Loan) วงเงิน 15,000ล้านบาท ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

สำหรับแนวทางใหม่ในการขับเคลื่อน แบ่งเป็น 2 ประการ คือ 1.รัฐบาลจะมีเครือข่ายสนับสนุนเอสเอ็มอีประจำจังหวัด โดยอาศัยอุตสาหกรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ เป็นจุดตั้งต้นในการดูแล 2.การตั้งคณะกรรมการเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัด โดยมีองค์ประกอบทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคการศึกษา นอกจากนั้นยังขอความร่วมมือจากทางสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศในการมีบทบาทร่วมกับคณะกรรมการฯ เพื่อช่วยเหลือพัฒนาเอสเอ็มอีให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เริ่มจากการพัฒนากลุ่มคลัสเตอร์จังหวัดแต่ละจังหวัดให้มีแผนงานในกลุ่ม โดยในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ จะนำมาตรการช่วยเหลือ ร่างข้อเสนอแนะ และแนวทางการดำเนินงานเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 30 เมษายนนี้ ทาง ธพว.พร้อมที่ประกาศรับคำขอกู้เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี  โดยจะพิจารณาจากความพร้อมของผู้กู้ว่าอยู่ในอุตสาหกรรมประเภทใด และตรงตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยเรื่องนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และคณะกรรมการเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัด ซึ่งได้รับรายงานว่าในขณะนี้จังหวัดที่มีความพร้อมมากที่สุดทุกด้าน คือ จังหวัดพิษณุโลก แต่ขณะเดียวกันการพิจารณาของจังหวัดอื่นๆก็ยังเดินหน้าต่อไป  โดยคาดว่าการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน โดยจะสามารถจ่ายเงินกู้ก้อนแรกให้กับเอสเอ็มอีที่ได้รับการปล่อยเงินกู้ได้ในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤษภาคม

ติดตามข่าว SMEs และบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ !
Website : smartsme.tv
Facebook : SmartSME
Line@ : @smartsme
Twitter : @smartSME_TV

ติดต่อโฆษณา โทร 
โทร. 02-102-0379  ต่อ 506

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น